15 ข้อคิดจากการทำงานกับคนเยอรมัน

          

          1. เพื่อนร่วมงานดี ชีวิตดี การที่ได้มีเพื่อนร่วมงานคนสนิททั้งคุณกิตต้าและคุณนิโคลนั้น ทำให้จ๋าได้รับคาร์แรคเตอร์ของทั้งสองคนมาแบบไม่รู้ตัว 5555+ จะว่าไปก็ไม่ถึงกับไปก๊อบคาร์แรคเตอร์ของพวกเค้า แต่เรียนรู้สไตล์ของการเลี้ยงดูเด็กๆของทั้งสองคนมา

 

          คุณกิตต้าจะเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานมาก ( แต่นางเป็นแฟนเพลงร็อคนะ 555+) เค้าจะเป็นผู้หญิงที่เรียบง่ายมาก ใครอยู่ใกล้ก็มีความสุข ไม่เคยมีปัญหากับใคร ปล่อยวาง เป็นที่รักของทุกคน จะเลี้ยงดูเด็กๆด้วยความอ่อนโยนและมีน้ำใจมากๆ ต่อให้เด็กคนนั้นจะงองแงงี่เง้าเค้าก็จับมากอดเอาไว้ แม้แต่ตอนที่จ๋ามีปัญหากับบอส เค้าจับจ๋ามากอด นั่นทำให้จ๋านึกถึงตอนที่ทะเลาะกับแฟน แล้วแฟนมักจะดึงตัวมากอด ทำให้รู้และเข้าใจว่า "การกอด" เป็นยาที่วิเศษมาก ๆในโลก การกอดทำให้คนที่ไม่มีแรง , เสียใจ , รู้สึกแย่ กลับมามีชีวิตชีวาและรู้สึกดีได้อีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย เหตุผลนี้ทำให้ทุกๆเช้าเวลาได้พบเด็กๆ พวกเค้าจะวิ่งเข้ามากอดจ๋า และจ๋าก็จะกอดพวกเค้าแน่นๆ หรือเวลาที่เค้าเสียใจร้องไห้ หรือดื้อ จ๋าจะไม่ตอกย้ำหรือดุเค้า แต่จะจับเค้ามากอด รอจังหวะ และค่อยสอนเค้าบอกเค้า และมันได้ผลอย่างเหลือเชื่อ !!!

 

         จ๋าได้นำการสั่งสอน และพฤติกรรมที่อ่อนโยน เรียบง่ายของคุณกิตต้าที่มีต่อเด็กๆและทุกคนมาใช้ในการทำงานและในชีวิตประจำวัน ชีวิตมันเบาและมีความสุขจริงๆนะ 

 

        มาฝั่งคุณนิโคล นางเป็นสาวใหญ่ที่ดูร๊อคๆแต่นางชอบเพลงหวานๆและเพลงคลาสสิค 555555+ ตัดสินคนจากภายนอกไม่ได้จริงๆนะ คุณนิโคลเป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา ขาลุย !!! ใครที่ไม่รู้จักนางดีอาจจะคิดว่าผู้หญิงคนนี้ดุ น่ากลัวแต่ผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่จริงใจที่สุด !!! คาแรคเตอร์ที่จ๋าได้จากคุณนิโคลมาก็เห็นเป็นความกล้า กล้าที่จะปกป้องตัวเองจากผู้ที่จ้องจะเอาเปรียบ ความเฉียบขาด ความหาได้แคร์ไม่ในคำพูดของผู้ไม่หวังดี และการเป็นคนที่เข้มแข็งอดทน 

 

          ในการดูแลเด็กบางครั้งอาจจะดูใจร้ายกับเด็กบ้างแต่นั่นคือการฝึกเด็กที่ดีมาก เช่น เด็กบางคนร้องไห้ได้ทั้งวี่ทั้งวัน ต้องคอยอุ้มตลอด วางไม่ได้เลย คุณนิโคลปล่อยเลย ปล่อยให้นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ร้องไห้พอ และดูอยู่ห่างๆ สรุปผ่านไป 30 นาทีก็เดินมาเล่นกับเพื่อนๆได้ตามปกติ 5555+ 

 

          อีก 1 ตัวอย่าง ตอนที่นั่งทานข้าวเด็กบางคนชอบนั่งเล่นเก้าอี้ หรือไม่ก็เล่นอยู่นั่นแหละ คุณนิโคลจับเก้าอี้และเด็กแยกออกจากโต๊ะเลย พอผ่านไปซักพักเค้าเห็นเพื่อนๆนั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อยเค้าก็อยากกลับมากินเหมือนเดิม 

 

         หรือเคสหนักๆก็ชอบพ่นอาหาร คายอาหาร และก้าวร้าวเวลากินข้าว คุณนิโคลจับไปนั่งแยกคนละห้องเลย 55555+ ให้นั่งอยู่คนเดียว แต่สามารถเห็นกันได้เพราะเป็นประตูกระจก 

 

         เคยมีผู้ปกครองบางคนมาถามจ๋าว่าทำไมโรงเรียนอนุบาลให้คุณนิโคลทำงานนี้ เพราะดูเป็นคนไม่เฟรนลี่ ไม่น่าเชื่อใจเลย จ๋าตอบกลับเลยว่า "คนที่คุณระแวงและกล่าวหาอยู่นี้ เป็นคนที่คอยป้อนข้าวลูกคุณด้วยความรักและความหวังว่าลูกของคุณจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนี้คือคนที่สอนให้ลูกคุณเดินได้เก่งขึ้นนะคะ" 

 

         ต้องบอกก่อนว่า ถึงแม้ว่าบางวิธีจะอาจดูใจร้ายไปบ้าง แต่พวกเราไม่ได้ทรมานลูกหลานคุณ พวกเราต้องการดัดนิสัยของพวกเค้านะคะ ซึ่งก็เห็นผลและดีขึ้นค่ะ ตอนแรกก็รู้สึกเกร็งๆกับเค้านะ แต่ก็มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้จ๋าและคุณนิโคลได้เห็นใจซึ่งกันและกัน สนิทสนมกันมากขึ้น จนกลายเป็นคนที่ไว้ใจกันและรู้ใจกัน เคยตัดผมเองแล้วมันแหว่ง คุณนิโคลก็ให้ไปหาที่บ้านและทำการตัดผมให้เราใหม่เพราะเค้าเคยเป็นช่างทำผมมาก่อน , ให้โต๊ะไม้ไว้ทำการบ้านราคาเกือบ 40,000฿. นางบอก เอาไปเถอะ จะได้ไม่ต้องไปซื้อ นางไม่ค่อยได้ใช้ , ทำขนมมาฝากสม่ำเสมอ , พาไปเที่ยวงาน Oktoberfest ของ Hamburg และแดนซ์กับแก๊งส์ของนาง 5555+ , มีน้ำใจเสมอและมักจะสอน ตักเตือนสิ่งดีๆให้จ๋าเสมอ ( ถึงแม้บางครั้งจะฟังไม่ลื่นหูก็ตาม ) 55555+ 

 

       ในวันคล้ายวันเกิดของคุณกิตต้าและคุณนิโคล จ๋าอบเค้กและมีของขวัญไปให้พวกเค้าด้วย ตอบกลับมาจากไทยก็ซื้อของมาฝากเค้าสองคน ส่วนคนอื่นจ๋าไม่ซื้อมาฝากค่ะ 55555555+ จบนะ !!!

 

 

          2. จงระวังคนปากหวานไว้ให้มากที่สุด เพราะดอกไม้ที่สวยงามเกินธรรมชาติมักเป็นดอกไม้ที่มีพิษ อย่าตัดสินคนที่ภายนอกหรือแค่แวบแรกที่ได้เห็นและสัมผัส 

 

           3. สังคมการทำงานของคนเยอรมันเรื่องของเวลาสำคัญมากๆ และระบบระเบียบการทำงานนั้น มีประสิทธิภาพ การวางแผนที่ดีมาก

 

          4. คำนินทาหรือคำพูดแย่ๆจะไม่สามารถทำอะไรเราได้เลยถ้าเราทำหน้าที่ของเราดีที่สุดแล้ว

 

          5. การมีน้ำใจถือเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีน้ำใจให้ถูกคนนั้นจะไม่ทำให้เราเสียความรู้สึกในวันข้างหน้า

 

          6. พูดเรื่องส่วนตัวของตัวเองในที่ทำงานให้น้อยที่สุด ถือว่าดี

 

          7. ช่วงเวลาที่เรามีปัญหาหรือมีเรื่องทุกข์ใจคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพิสูจน์ว่าใครดีกับเรา หวังดีกับเราจริงๆ

 

          8. การให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกันสำคัญมากๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสังคมไหนก็ตาม

 

          9. อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคือการ "กลัว" กลัวไปเอง คิดไปเอง บางสิ่งบางอย่างไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

 

         10. ทุกๆปัญหาที่เข้ามา ให้คิดซะว่าเล็กนิดเดียว เพราะในชีวิตเรา เราอาจจะเจอปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ

 

         11. ถ้าคุณทำตัวดี เค้าจะมองว่า "คนไทยนิสัยดี" แต่ถ้าคุณทำตัวแย่ เค้าก็เหมาทั้งประเทศเช่นกัน (กับบางคน) ขอให้หนักเบา เอาสู้ ซื่อสัตย์ อดทนนะคะ 

 

         12. ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ภาษาเยอรมันของเราจะค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆนะคะ จ๋าพูดเยอรมันเก่งขึ้นเพราะงานนี้จริงๆ

 

         13. ทำทุกๆวันให้ดีที่สุด แล้วคุณจะไม่รู้สึกหรือเสียใจกับอดีตในวันวาน

 

        14. เก็บเกี่ยวสิ่งที่ต้องเจอในทุกๆวันมาเป็นครูและเป็นบทเรียนที่มีค่าให้กับชีวิตให้ได้มากที่สุด

 

        15. จงใช้ชีวิตให้เรียบง่าย คำสอนของพ่อหลวงของเราไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดบนโลกใบนี้ ถ้าคุณนำไปใช้ ชีวิตคุณจะมีความสุขจริงๆค่ะ 

 

 

         เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับประสบการณ์การทำงานอาสาสมัครของจ๋าที่ประเทศเยอรมนี หวังว่าจะสนุกและเป็นความรู้ให้กับทุกๆคนนะคะ ใครที่สนใจอยากจะมาหาประสบการณ์ที่เยอรมนีหรือต่างประเทศ จ๋าก็ขอเป็นกำลังใจให้และขอให้ทุกคนเชื่อมั่นเสมอว่า การเรียนรู้และความสุขที่สำคัญในชีวิตคือการออกไปทำในสิ่งที่เราอยากทำค่ะ 

 

Write a comment

Comments: 0