319 Days Aupair life in Germany  2

 

 

โอเค !!! เรามาต่อกันเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะที่ได้มาอ่านต่อกันในตอนที่ 2 :)

 

 

ตามล่า...หาโฮสที่ฉันต้องการ

 

         มีหลายทางมากในการหาโฮสหรือครอบครัวอุปถัมป์ บ้างก็จากเอเจนซี่ ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดีปนกันไป หรือจะเป็นจากการแนะนำของออแพร์คนเก่า กลุ่มออแพร์ในเฟสบุ๊ค หรือแม้กระทั่งการบอกต่อกันมา เป็นต้น

 

         ซึ่งจ๋าเลือกใช้วิธีที่เป็นที่นิยมมากๆเลยก็ว่าได้ จ๋าเลือกที่จะตามหาว่าที่โฮสด้วยตัวจ๋าเอง โดยผ่านทางเว็บไซต์ www.aupairworld.com  ซึ่งเป็นแหล่งตามล่าหาว่าที่โฮสและว่าที่ออแพร์ทั่วทุกมุมโลก เรียกได้ว่าอยากไปเป็นที่ไหนก็เลือกเอาเลยค่ะ การสมัครไม่ยาก ก็จะเป็นภาษาอังกฤษ (ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยมีมั้ย? แต่ตอนนั้นไม่เห็นนะคะ) หลังจากสมัครเสร็จก็ต้องกรอกชื่อ ประวัติส่วนตัว รายละเอียด ประเทศที่ต้องการไปเป็นออแพร์ รูปภาพ ลฯล

 

ซึ่งจ๋าก็จะมาบอกเคล็ดลับพิชิตโฮสภายในข้ามคืน !!!! เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับผู้ที่ติดตามมาอ่านในตอนที่ 2 ค่ะ ดีมั้ย ดีมั้ย ??? ดีหรือไม่ดีล่ะ ??? 55555+ 

 

 

 

เคล็ดลับเขียนโปรไฟล์อย่างไรให้น่าสนใจ ?

 

        เขียนอย่างไรให้เราเป็นผู้ถูกเลือก?? เขียนอย่างไรให้ใครๆก็ต้องการเรา สนใจเรา  และไม่ใช่เป็นแค่ตัวเลือกลำดับท้ายๆในใจพวกเค้า ???

 

        จ๋ากรอกข้อมูลทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมัน เพราะไหนๆก็ร่ำเรียนมาแล้ว สอบมาแล้ว จงใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดค่ะ ที่สำคัญเวลาคนเยอรมันเค้าเห็นว่าเราสามารถใช้ภาษาเค้าได้ เขียนโปรไฟล์เป็นภาษาของเค้า ถึงมันจะเล็กๆน้อยๆ มันก็ทำให้เค้าประทับใจโปรไฟล์เราได้ค่ะ ก็เหมือนกับเวลาเราได้ยินฝรั่งที่มาเที่ยวเมืองไทยทักทายเราเป็นภาษาไทยว่า "สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ" ก็ทำให้เรารู้สึกประทับใจคนๆนั้นเป็นธรรมดา ถูกมั้ยคะ ??? 

 

       เนื้อหาในโปรไฟล์จะมีช่องให้เราเขียนถึงตัวเรา จงเขียนให้กระชับ เข้าใจง่าย ได้ใจความ และชัดเจน ใส่ไลฟสไตล์ของเราไปด้วยว่าเราเป็นคนแบบไหน ชอบทำอะไรเป็นงานอดิเรก และเป็นคนชอบเข้าสังคมหรือชอบอยู่คนเดียว เพราะจ๋าบอกเลยว่า ไลฟสไตล์ของเรามีความสำคัญมากๆ สำคัญแค่ไหนเดี๋ยวจ๋าจะบอกในตอนท้ายๆของสตอรี่นี้ค่ะ  เติมเหตุผลของการตัดสินใจที่จะไปเป็นออแพร์   ทัศนคติที่คุณมีต่อเด็กว่าทำไมคุณถึงอยากทำงานกับเด็ก ??

      

       ยกตัวอย่าง สำหรับจ๋า จ๋ามองว่าเด็กคือผ้าขาวที่.....ถ้าเราระบายสีที่สดใสให้เค้า เค้าก็จะเติบโตมาอย่างสวยงาม และจ๋าอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้เด็กคนนึงเติบโตมาอย่างสวยงาม นี่คือวิสัยทัศน์ที่จ๋ายึดมาตลอดระยะเวลาที่ทำออแพร์ค่ะ

 

 

 

ระยะเวลาในการหาโฮสแฟมิลี่ 

 

       จ๋าใช้เวลาสมัคร หาว่าที่โฮส แนะนำตัว เพียงข้ามคืน มีข้อความเข้ามาทักทาย และพูดคุยกับจ๋าอย่างท่วมท้นมาก ประมาณ 15-20 ข้อความภายใน 3 ชม. หลังจากสมัครสมาชิก ซึ่งไม่เป็นอันนอนกันเลยค่ะ 555+ เพราะบ้านเค้าช้ากว่าเรา 6 ชั่วโมง ส่วนมากเค้าจะมีเวลาเขียนอีเมล์หาเราหลังเลิกงาน ซึ่งในเมืองไทยก็เป็นเวลานอน หลังจากคืนนั้นจ๋าก็นัดคุยสไกป์กับบรรดาว่าที่โฮสทั้งหมดเกือบ 20 ราย ใช้เวลา 3-4 วันเท่านั้นก็ได้โฮสเลยค่ะ

       แต่จ๋าไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องตัดสินใจรวดเร็วแบบจ๋านะคะ เพราะถ้าคุณยังไม่ถูกใจ  100%  จงอย่าเลือกค่ะ การเลือกโฮสค่อนข้างเหมือนการเลือกแฟนหรือเลือกใครสักคนเข้ามาในชีวิตเรา "เลือกโฮสผิด คิดจนตัวตาย" 555555+ จำไว้ค่ะเด็กๆ จงใช้สติ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่าโลกสวยและอย่ามโน หยุด !!! ห้ามมโนใดๆทั้งนั้น 55555+ จงชัดเจนและอย่าอ้อมค้อมในการตอบคำถามนะคะ 

 

 

 

 

มาตรฐานการเลือกโฮส

นี่คือมาตรฐานที่จ๋าเอามาคัดกรองในการเลือกว่าที่โฮสของจ๋าค่ะ เรามาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง ? 

 

1. ศักยภาพของโฮสในการดูแลเราตลอดระยะเวลา 1 ปี

      เช่น การงานของโฮส สำคัญนะคะ ซึ่งเค้าจะแนะนำตัวกับเราอยู่แล้ว ว่าเค้ามีอาชีพอะไร เพราะโอกาสที่เค้าจะเทหรือทิ้งเราไว้กลางทาง 555+ มันน้อย !!!  และมีผลต่อการตัดสินวีซ่าด้วย บางครอบครัวชักหน้าไม่ถึงหลังก็มี บางครอบครัวไม่เคยมีออแพร์มาก่อนและไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเค้าต้องจ่ายอะไรให้ออแพร์บ้าง? กลายเป็นปัญหาว่า....มีออแพร์แล้วเปลืองเข้าไปอีก เงินทองไม่พอใช้ ออแพร์ผู้โชคร้ายเลยดูเป็นภาระและโดนทิ้งไว้กลางทางเฉยเลย และการเลือกโฮสที่เป็นนักการเมืองหรือเป็นเศรษฐีก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะคะ เพราะเพื่อนๆออแพร์ที่มีโฮสเป็นนักธุรกิจ นักการเมืองก็จะเจอเหตุการณ์ที่ไม่น่าประทับใจเท่าไร เพราะส่วนมากคนพวกนี้จะเอาเปรียบเพื่อนอยู่บ่อยๆ เค้าจะไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกก็เลยใช้งานเกินเวลา  ไม่เคารพ ใช้เพื่อนเช่นคนใช้ ดูถูก และลูกของเค้ามักจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว เอาแต่ใจสไตล์คุณหนูนั่นเอง ซึ่งคนรวยหลายๆคนก็ไร้น้ำใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเจอเหมือนกันหมดนะคะ นี่คือ "ส่วนมาก" ค่ะ ไม่ใช่ "ทั้งหมด"

 

ปล. การโดนเทไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับผู้ชายนะคะ กับโฮสก็เกิดขึ้นได้ค่ะ 555555+ 

 

 

2. พูดคุยกันอย่างชัดเจนและไม่อ้อมค้อม

       ในระหว่างของขั้นตอนการทำความรู้จักกัน เค้าจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเราเพื่อทำความรู้จักเรามากขึ้น จ๋าขอแนะนำว่าให้ทุกคนตอบไปตามตรง  ไม่ต้องเฟค !!! ตอบตามความเหมาะสมและตามความสมควร

หลังจากนั้นเค้าจะเปิดโอกาสให้เราถามคำถาม หรือถามรายละเอียดเกี่ยวกับพวกเค้าบ้าง "เราต้องหาคำถามมาถามเค้านะคะ" ไม่ใช่ว่า..."ฉันไม่มีอะไรจะถามค่ะ ทุกอย่างโอเคค่ะ ชั้ลคิดว่าเราเข้ากันได้ คุณเหมาะสมที่จะเป็นโฮสของฉันที่สุด" 555+ ไม่นะ !!!!!  อย่ามาเป็นนางเอกโลกสวยใสอินโนเซนต์ !!!

        เก็บความสวยใสอ่อนหวานเขิลอายไว้ในลิ้นชักก่อนค่ะ และจงดึงจิตวิญญาณและความมั่นใจในตัวเราออกมา เราจะดูเป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 

 

และจ๋าเชื่อว่าหลายคนยังคงเบลอๆอยู่

 

"แล้วชั้ลจะถามเค้าว่าอะไรดีล่ะ ??" =.=? 

 

คิดอยู่ใช่มั้ยล่ะ ? 55555+ 

 

นี่ไง !! จ๋าเลยต้องแถมอีกแล้ว 5555+

 

นี่คือตัวอย่างคำถามที่สมควรถาม ในกรณี

ที่เค้ายังไม่ได้บอกเรา ซึ่งอาจจะดูธรรมดา 

แต่มีความสำคัญค่ะ

 

- ครอบครัวคุณชอบทำอะไรหรือไปไหนในวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดยาว

 

- คุณใช้เวลาหรือมีเวลามากแค่ไหนกับลูกๆของคุณ ?

 

- เมื่อลูกคุณทำผิด คุณมีวิธีจัดการอย่างไรกับพวกเค้า ?

 

- ทำไมคุณจึงต้องการออแพร์และสนใจฉัน ?

 

- โดยปกติพวกคุณทานอาหารอะไรกันบ้าง เช่น อาหารเช้า , กลางวัน และอาหารเย็น ?

 

- คุณคาดหวังอะไรในตัวฉัน และมากน้อยแค่ไหน ในการเป็นออแพร์ของครอบครัวคุณ?  

 

- ถ้าฉันทำความผิด หรือถ้าวันใดวันนึงเรามีปัญหากัน คุณจะจัดการกับปัญหาอย่างไร?

 

- อะไรที่เป็นข้อห้ามเด็ดขาดของครอบครัวของคุณ?

 

- ใน 1 วันฉันต้องทำอะไรบ้าง คุณได้มีตารางงานที่แน่ชัดให้ฉันมั้ย?

 

- ฉันต้องทำงานวันเสาร์และวันอาทิตย์หรือเปล่า?

 

- คุณมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้ฉันบ้าง เช่น ลักษณะห้องนอน, TV , Radio , จักรยาน เป็นต้น

 

 

 

 

3. เด็กแบบไหนที่เราถนัดที่จะดูแล

     นี่คือสิ่งที่เราต้องถามตัวเองให้ดีนะคะ ว่าเราสามารถดูแลเด็กได้กี่คน ? เพราะบางครอบครัวมีลูก 3 , 4 , 5 คน ซึ่งเราอาจจะต้องดูแลหมด ?? ก็เป็นไปได้  เราถนัดดูแลเด็กโต หรือเด็กเล็กๆ ผู้หญิง หรือผู้ชาย ?? แล้วถ้าเป็นเด็กพิการหรือออทิสติกล่ะ ? เราสามารถดูแลพวกเค้าได้มั้ย ?? 

      จ๋าเลือกขอดูแลเด็กแค่ 1 ค่ะ อาจจะมองว่าขี้เกียจ เหรอ ? แต่ไม่ใช่ค่ะ เพราะจ๋าต้องการคุณภาพ จ๋ารู้ตัวค่ะว่าจ๋าไม่สามารถดูแลเด็กๆหลายคนได้ จ๋าต้องการทำอย่างอื่น ต้องการเวลาส่วนตัว ต้องการมีเวลาเต็มที่ในการเรียนหรือออกไปเที่ยว และจ๋าอาจจะต้องทำงานบ้าน จึงเลือกดูแลเด็กแค่คนเดียวที่สามารถคุยกับจ๋าได้รู้เรื่อง คือโตแล้วนั่นเอง และจ๋าก็ดูแลเด็กผู้ชายอายุ 8 ขวบค่ะ : ) 

 

 

 

4. Location เมืองที่เราอยากไปอยู่ 

     ถามว่า....เมืองที่เราจะไปอาศัยนั้นมีความสำคัญอย่างไร ?? บอกเลยค่ะว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะถ้าเราไปเจอโฮสที่บ้านอยู่หลังเขา หรือชนบทที่ห่างไกลจากการคมนาคม 55555+ เราอาจจะได้สิทธิในการเรียนภาษาเยอรมันหรือคอร์สเรียนภาษาแค่สัปดาห์ละ 1 วันเท่านั้น แทนที่จะเป็น 2 วัน เพราะไม่มีรถบัสวิ่งผ่าน หรืออาจจะต้องให้โฮสขับรถไปส่ง ซึ่งเค้าก็ไม่ได้สะดวกหรือไม่มีเวลาเสมอไป หรือเวลาที่เราต้องการซื้อของ ไปเที่ยว ก็ไม่สะดวกเพราะห่างไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวก จ๋าขอบอกเลยนะว่า ไม่มีอะไรดีเท่ากับการพึ่งตัวเอง ต่อให้เค้าบอกว่า "คุณสามารถบอกฉันได้ตลอดเวลาถ้าคุณต้องการไปในเมือง ไปซื้อของ ฉันจะขับรถไปส่ง" เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เราจะไม่กล้าบอกเค้า และเค้าก็อาจจะไม่สะดวกเสมอไป ดังนั้นขอให้เลือกเมืองและสถานที่ที่มีการคมนาคมที่อำนวยความสะดวก ให้เราสามารถไปไหนมาไหนได้ทุกเวลาที่เราต้องการ 

 

     จ๋าเลือกเมืองที่ไม่ใหญ่เกินไป และไม่เล็กจนเกินไปค่ะ โฮสของจ๋าอาศัยอยู่ที่เมือง  Paderborn เป็นเมืองในรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน ซึ่งเป็นรัฐที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเยอรมนี อยู่ทางฝั่งประเทศเนเธอแลนด์ ตอนนั้นที่เลือกแถบๆเมืองนี้ก็เพราะว่าไม่ไกลมากจากคุณแม่ เดินทางเพียง 3-4 ชั่วโมงด้วยรถไฟและรถส่วนตัว และไม่ไกลมากจากเมือง Schwerin เมืองที่จ๋าเคยไปเที่ยวและอาศัยอยู่เป็นเวลา 2 เดือนค่ะ

 

    Paderborn เป็นเมืองขนาดกลางที่สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยบ้านโฮสอยู่ไม่ไกลมากจากตัวเมือง การเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกมาก ผู้คนน่ารัก ที่สำคัญ มีร้านเอเชียในตัวเมืองด้วยค่ะ 

 

 

5. พื้นที่ของเรา

     ในที่นี้จ๋าหมายถึง "ห้องนอน" และสิทธิในการใช้พื้นที่ต่างๆภายในบ้านค่ะ จ๋ามองว่า ไม่สำคัญว่าห้องนอนจะต้องใหญ่ บ้านจะต้องหรูหรา เอาจริงๆจ๋าชอบชีวิตที่เรียบง่ายมากกว่า แต่จ๋าขอห้องนอนที่เป็นสัดส่วน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้จ๋าบ้าง เช่น จ๋ามีสิทธิใช้ห้องน้ำใหญ่หรือเล็ก ? จ๋าสามารถทำอาหารนอกเหนือจากที่เค้าสั่งได้มั้ย ? มี WiFi มั้ย ? 55555+ อันนี้สำคัญมากกกกกก 555555+ ประมาณนี้นะคะ

     ซึ่งห้องนอนจ๋าอยู่ชั้น 3 แต่ห้องน้ำที่จ๋ามีสิทธิ์ใช้คือห้องน้ำชั้นล่าง เพราะชั้นสองห้องใหญ่ครอบครัวเค้าใช้ จ๋าสามารถทำอาหารได้ตลอดเวลาเมื่อจ๋าหิว จ๋าสามารถดูหนังที่โฮมเทียร์เตอร์ในห้องรับแขกได้ตลอดเวลา มีสิทธิเข้าห้องทุกห้อง เป็นต้นค่ะ 

 

 

 

       หวังว่า 5 ข้อหลักนี้จะช่วยให้ทุกคนมีแนวทางในการเลือกโฮสนะคะ ^.^ อาจจะมีความคิดแทรกเข้ามา "เยอะเน๊าะ นี่เราเรื่องมากไปรึเปล่า?" ไม่ค่ะ นี่ไม่ใช่การเรื่องมาก นี่คือการรักษาสิทธิ์ของเราไปในตัว การเป็นออแพร์ก็เหมือนการทำธุรกิจ คุณจะต้องเลือกหุ้นส่วนที่ดี และชัดเจน  นอกจากนี้ยังมีความเป็นสังคมครอบครัวเข้ามาสอดแทรก ดังนั้นเราจะต้องเลือกสิ่งที่ใช่จริงๆสำหรับเรา มีความสุข เป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งมันคงจะไม่เพอร์เฟ๊ค 100% เราอาจจะไม่ได้สิ่งที่เราต้องการ 100% หรือแม้กระทั่งเราได้รับในสิ่งที่เราต้องการแล้ว เลือกดีแล้ว ผลสุดท้ายมันอาจจะผิดคาด ไม่ได้สวยงาม ซึ่งก็อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ

      แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ ระหว่างทาง เราจะได้เรียนรู้ความอดทน การแก้ไขปัญหา จัดการกับปัญหา ซึ่งมันจะทำให้เราเติบโตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นค่ะ ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาไปกับโฮสได้ตลอดทางมันก็จะทำให้เราอยู่กับเค้าไดี มีความรู้สึกที่ดีต่อกันและกันมากขึ้น แต่ถ้ามันไม่ใช่จริงๆ ไปกันไม่ได้ โดนเอาเปรียบจนไม่สามารถเยียวยาได้ ก็คงต้องหาโฮสใหม่ และเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเรามีโอกาสเปลี่ยนโฮสได้ 2 ครั้งเท่านั้นนะคะ  ขอให้ทุกคนโชคดีและเจอโฮสที่ใช่ค่ะ :)

 

 

การขอวีซ่าสำหรับผู้ทำงานออแพร์ 

       เมื่อเราตัดสินใจเลือกโฮสไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือขั้นตอนของการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นวีซ่า และขอวีซ่าค่ะ เรามาดูกันค่ะว่า เราต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

 

1. แน่นอนค่ะ !!! ทุกคนต้องไปเรียนภาษาเยอรมันก่อนนะคะ เพื่อให้ได้ใบ A 1 หรือใบประกาศนียบัตร (Certificate) ในระดับชั้นพื้นฐาน อย่างน้อยในระดับ A1 มาครอง หากเป็นนิสิตหรือนักศึกษาเอกภาษาเยอรมันสามารถใช้ Transcript ได้ ใบ A1 หรือ Start Deutsch 1 ก็คือ การสอบวัดระดับความรู้ทางด้านภาษาเยอรมันขั้นพื้นฐาน สำหรับผู้ต้องการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศเยอรมัน ทำงานออแพร์ เป็นต้น ซึ่งสามารถไปเรียนตามสถาบันต่างๆที่เปิดรับสอนภาษาเยอรมัน แต่สามารถสอบได้ที่สถาบันสอนภาษาเกอเธ่ ถนนสาธร ซอย 1 เท่านั้นค่ะ

 

2. พาสปอร์ต หรือหนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งาน 

 

3. ใบตรวจสุขภาพค่ะ เพราะว่าโฮสเค้าจะต้องใช้ยื่นในการทำประกันสุขภาพให้เราค่ะ 

 

4. รูปถ่ายไบโอเมตริก2 ใบ

 

 5. เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมคำถามคำตอบเป็นภาษาเยอรมันด้วยค่ะ 555+ เพราะวันที่เราไปยื่นวีซ่า เจ้าหน้าที่จะทดสอบภาษาเยอรมันของเราค่ะ เช่น แนะนำตัว, ทำไมถึงอยากไปเป็นออแพร์ที่เยอรมัน , รู้จักครอบครัวอุปถัมป์ได้อย่างไร ? , จงบอกข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวอุปถัมป์ที่เรารู้ เป็นต้นค่ะ

 

 

6. ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องของวีซ่าจำนวน 60 ยูโร

 

 

 

สิ่งที่โฮสจะต้องเตรียม หรือส่งมาให้เราเพื่อไปยื่นวีซ่า

 

1. สัญญาการทำงาน กับครอบครัวเยอรมันที่จะไปพักอาศัยและทำงานด้วย ซึ่งมีบุตรเป็นเด็กเล็กและใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่ ในสัญญาต้องระบุสิทธิและหน้าที่

   เช่น เงินเดือนขั้นต่ำสุด 260 ยูโร สิทธิในการหยุดพักร้อน 2 วันต่อเดือน เวลาทำงานไม่เกิน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์/6 ชั่วโมงต่อวัน ประกันสุขภาพและสิทธิเข้าชั้นเรียนภาษา (ข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานทูตเยอรมนี) 

 

2. สำเนาพาสปอร์ตของโฮส

 

 

ขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่อขอวีซ่า 

 

1. เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเซ็นต์สัญญากับโฮส เราจะต้องถ่ายเอกสารพาสปอร์ตและใบ A1 ไปให้โฮสค่ะ โดยสามารถสแกนส่งไปให้โฮสทางอีเมลล์ ส่วนโปรไฟล์ในเว็บออแพร์ถ้าเราได้โฮสจากที่นั่น เราสามารถลบออกได้เลยค่ะ 

 

2. โฮสจะส่งแบบฟอร์มตรวจร่างกายมาให้เราให้เราไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด และส่งใบตรวจร่างกายไปให้โฮส โดยสามารถสแกนส่งไปให้โฮสทางอีเมลล์ค่ะ

 

3. จากนั้นโฮสจะส่งเอกสารสัญญาการทำงาน  ประกันสุขภาพ และสำเนาพาสปอร์ตมาให้เราทางไปรษณีย์ค่ะ ซึ่งเราอาจจะต้องรอ 1-3 สัปดาห์ แล้วแต่ค่ะ ว่าเอกสารจะส่งมาถึงเมื่อไหร่ 

 

4. เมื่อได้รับเอกสารจากโฮสแล้ว ให้โทรไปนัดเพื่อทำเรื่องขอยื่นวีซ่า ก่อนโทรไปแนะ นำนะคะ เตรียมพาสปอร์ตติดไว้กับมือค่ะ ฝึกสะกดชื่อตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมรหัสเลขพาสปอร์ต เพราะเมื่อเราโทรไปนัดเพื่อทำเรื่องขอยื่นวีซ่า ผู้ที่รับสายจะให้เราสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษและบอกรหัสพาสปอร์ต  เพราะเคยโทรไปแล้วบอกผิดไปแค่ตัวเดียวแล้วขอนางบอกอีกรอบ นางวางสายใส่เลยค่ะ !!!!! O.O ! มันเจ็บตรง เมื่อโทรไประหว่างรอสายต้องเสียนาทีละ 9 บาทค่ะ เคยรอสายไป 15 นาทีแล้วโดนตัดสาย เมื่อโทรไปอีกก็โดนเจ้าหน้าที่วางสายใส่อีกค่ะ เจ็บค่ะ !!! มีความเจ็บ 5555+

 

  อย่างไรก็ตามแต่ ตอนนี้เราสามารถทำการนัดหมายได้แล้วทางเว็บไซต์ของสถานทูตฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ BRAVOOOOOO!!!!!!!! ^°^

 

5. เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว และถึงวันที่ต้องไปสถานฑูตร อย่าลืมเตรียมเอกสารให้พร้อม อย่าลืมกรอกเอกสารอันนี้ด้วยนะคะ แบบฟอร์มคำร้องสำหรับวีซ่าNational Visa  เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมเงิน อ่อ !!! อย่าลืมยกมือไหว้เจ้าที่เจ้าทางที่สถานฑูตรด้วยนะคะ เรื่องแบบนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวเน๊าะ ^.^

 

ปล. เพราะนอกจากเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว เจ้าหน้าที่นั้น ก็แรงมากๆเช่นกันค่ะ 55555+ 

 

     

 

     ตอนต่อไป ตอนสุดท้ายของมหากาพย์ "ออแพร์เยอรมนี" ของ จ๊ะจ๋าไดอารี่  เรื่องราวชีวิตออแพร์ตลอด 319 วันของจ๋าจะเป็นอย่างไร ? จะหวานขมแค่ไหน ?? และจะจบลงอย่างไร ?? อย่าลืมบทสรุปในตอนที่ 3 กันนะคะ กับ Aupair in Germany | 319 วันละครชีวิตครบรส ของชะนีไทยกับชีวิต  "ออแพร์ " ในเยอรมนี ตอนจบ !!!  คลิ๊ก !!!!

 

ถ้าถูกใจ Blog นี้ อย่าลืมกดปุ่มแชร์บอกต่อเพื่อนๆทางโซเชียลมิเดียและเพื่อเป็นกำลังใจให้จ๋าด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ : ) 

 

Note: Please fill out the fields marked with an asterisk.

Write a comment

Comments: 0