Special guest : เบลล์...อดีตออแพร์แห่งเมืองเดรสเดน

 

 

         สวัสดีค่ะทุกโค๊นนนนนน ^.^ หลังจากมหากาพย์ประสบการณ์ออแพร์ของจ๋าได้รับกระแสตอบรับมาอย่างล้นหลาม วันนี้จ๋าก็ขอเอาเรื่องราวประสบการณ์ออแพร์ของเพื่อนๆมาร่วมแชร์ด้วย โดยเพื่อนคนนี้ เป็นคนเดียวที่เรียกว่า "เพื่อน" ทั้งๆที่ไม่เคยได้พบกันเลย 555+ อ้าววว งง มั้ย?!! 

 

         ซึ่งปกติถ้าใครที่ไม่สนิทพอ จ๋าจะไม่เรียกว่า "เพื่อน" เด็ดขาดค่ะ แต่ "พี่เบลล์" คือออแพร์ในเยอรมนี ที่จ๋าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเจอ ไม่ว่าจะที่ไทยหรือที่นี่ แต่รู้จักมาจากพี่อีกคน เราเลยตั้งกลุ่ม 3 สาว และแชทใน Line นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราสนิทกันโดยไม่เคยเจอกันมาก่อนค่ะ (อ๋ออออ มันเป็นแบบนี้นี่เองงง !!!! 55555+)

 

 

เอาล่ะ!! พล่ามมามากละเน้าะ !!! 5555+ ไปทำความรู้จักกับพี่เบลล์กันเลยค่ะ 

 

Jajar : สวัสดีค่ะ แนะนำตัวหน่อยค่ะ

Bell : คะ ชื่อเบลล์คะ อายุ 25 ปี เคยเป็นออแพร์เยอรมัน อยู่เมือง เดรสเดนมา 1  ปีคะ ก่อนหน้านี้ ทำงานที่ กรุงเทพ แล้วตัดสินใจมาเป็นออแพร์เพื่อที่จะได้เรียนภาษาเยอรมันและหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเองคะ 

 

 

Jajar : ก่อนที่จะมาเป็นออแพร์  พี่เบลล์ทำอะไรคะ? พึ่งเรียนจบหรือว่าทำงาน ? 

Bell : ค่ะ ก็ทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานครมาได้ 2 ปี แต่อยากเรียนภาษาเยอรมันอย่างจริงจัง จริงๆก็เรียนด้วยทำงานด้วยหลังเลิกงาน ก็ไปเรียนที่เกอเธ่ เรียนมาได้เกือบปีค่ะ แต่ก็พูดไม่ค่อยได้ =_=! 

 

 

Jajar: ทำไมถึงตัดสินใจมาเป็นออแพร์คะ? มีแรงบันดาลใจอะไร ? 

Bell : เพราะเรียนมาเป็นปีอยู่ที่ไทยแต่ยังพูดไม่ได้ เลยตัดสินใจหาข้อมูลว่าจะทำยังไงได้บ้าง ที่จะเรียนภาษาเยอรมันได้เร็วแล้วใช้ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ก็ลองหาเรื่อยไปนะคะ แล้วก็มาเจอ ก็อ่านตามกระทู้อะไรต่างๆเยอะมาก จนมาเจอเอเจนซี่ที่ให้คำปรึกษา

 

 

Jajar: หาโฮสจากที่ไหนคะ แล้วใช้เวลานานมั้ยในการเลือกโฮส ? 

Bell : โฮสผ่านเอเจ้นคะ เอาจริงๆไม่นานเลยคะ ส่งโปรไฟล์ 1 อาทิตย์ คุยๆ ตกลงเลย แบบงงๆ ( จ๊ะจ๋า : ทุกคนคะ คือนางเป็นคนที่มึนๆ งงๆ ตลอดแหละค่ะ 5555+ ) คือตอนแรกโดนปฏิเสธจนท้อ แล้วเอเจ้นก็ส่งครอบครัวนี้มา เราก็คุยๆเอาก็เอา  ไม่เอาก็ไม่เอา  เพราะโดนปฏิเสธมาเยอะจน เออออออ !!!! ตามมีตามเกิด ละพอคุยครอบครัวนี้ก็ไม่เรื่องมาก รับเราเลย เราก็โอเค เอาเลยละกัน อยากไปเยอรมันแล้วเหมือนกัน ละก็ทำให้ได้มาเยอรมัน

 

 

Jajar : เคล็ดลับในการเลือกโฮสของพี่เบลล์ ?? 

Bell : ก็ไม่มีอะไรเลยนะคะ เอาจริงๆก็สไกด์แล้วถูกชะตา คนเราคงเรียนรุ้กันแค่คุย 2-3 ครั้งไม่พบหน้า คงเป็นไปไม่ได้เราจะรุ้ว่าเค้าดีไม่ดี เรื่องแบบนี้คงดวงด้วยค่ะ

 

 

 

 

Jajar: มาถึงเยอรมันเมื่อวันที่เท่าไหร่คะ? แล้ววันนั้นความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างคะ ? 

Bell : ถึงเยอรมันช่วงพฤศจิกายนคะ ตอนแรกๆตื่นตาตื่นใจตื่นเต้น 55555+ เพราะไม่เคยมายุโรป ก็ทุกอย่าวสะอาด มาแรกๆก็เห่อทุกอย่าง ถ่ายรูปนู้นนี้ พออยู่ไปๆมาๆก็เริ่มชินคะ 555+  มีแอบเหงาๆพอเริ่มชิน ช่วงที่เริ่มไม่รื่นตา ก็เริ่มคิดถึงบ้าน นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของโฮมซิคนั้นเอง 555+

 

 

 

Jajar: ครอบครัวโฮสเป็นอย่างไรบ้างคะ? มีสมาชิกกี่คน ? 

Bell : ครอบครัวตอนแรก 3 คนค่ะ พ่อแม่ และ ลูกชายวัย 3 ขวบ แต่คุณแม่อุ้มท้องลูกแฝดด้วย 

 

 

 

Jajar: ในแต่ละวันพี่เบลล์ต้องมีหน้าทีทำอะไรบ้างคะ? ตารางเวลาเป็นอย่างไรบ้าง ? 

Bell: สำหรับบ้านนี้ไม่มีตารางงานเวลาที่ ฟิกแน่นอนนะคะ แต่ก็โฮสวันไหนที่เราทำเยอะ เค้าเองก็จะใฟ้เราพักวันถัดไปเยอะ เค้าค่อนข้างที่จะแฟร์ๆกับเรา ไม่เอาเปรียบ 

แต่ก็เสียตรงไม่มีตารางงานเวลา 

 

ในแต่ละวัน ตอนเช้าก็ตื่นมาเตรียม อาหารค่ะ กินง่าย ตอนเช้า กินซีเรียล แล้วก็เปลี่ยนชุดให้น้อง แล้วพาน้องไปส่ง Kita 

 

แล้วเราก็ว่างยาว จาก 09.00-15.00 น. เพราะน้องไปโรงเรียน เราก็มีเวลาช่วงนี้ไว้เรียนภาษา 

 

พอตอน 15.00 น. แม่น้องก็ไปรับน้อง แล้วเราก็พาน้องไปเดินเล่นบ้าง เดินซื้อของบ้าง จนกินข้าวเย็น แล้วอาบน้ำ จากนั้นพาน้องเข้านอน 

 

ทำงานวันนึงจะตกประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวันคะ 

 

 

Jajar : เรื่องของภาษาเยอรมัน พัฒนาขึ้นมากน้อยแค่ไหนคะ ?

Bell : พัฒนาคะ คือครอบครัวเบลล์เค้าพูดเยอรมันด้วย พูดภาษาอังกฤษบ้างเวลาเราไม่เข้าใจ ภาษานี้พัฒนาไม่พัฒนา บอกตรงๆนะคะ อยู่ที่ตัวเรา ถ้าใครคุยกับเราภาษาเยอรมันแต่เราดื้อดันที่จะตอบเป็นอังกฤษ ก็จะไม่ค่อยพัฒนา ถามใจตัวเองนะคะว่ามาทำอะไร ถ้ามาเอาภาษา แล้วเรามาถึงที่ที่สิ่งแวดล้อมอำนวยขนาดนี้ เราก็ต้องพยายามทำให้ถึงที่สุดค่ะ 

 

เบลพูดถือว่าคล่องขึ้นมากๆ บวกกับเบลเองลงเรียนเยอะ เพราะเบลมีเป้าหมายว่ามาต้องจบ บี 2 ถึง ซี 1 ก็ทำตามเป้าหมายค่ะ ลงเรียนเวลาว่าง กลับมาทำงาน ก่อนนอนอ่านหนังสือ ภาษาได้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเราค่ะ :))) 

 

เบลมาด้วยระดับ เอ2 สอบผ่านมาแล้วจากไทย เลยมาต่อบี1ที่นี้คะ)

 

 

 

Jajar: มีปัญหากับเด็กหรือกับโฮสบ้างมั้ยคะ?  

Bell: มีคะ เด็กก็ดื้อตามประสาเด็กเนาะ น้องมีหลายครั้งที่ไม่ฟัง แต่เราก็โชคดีที่โฮสก็บอกเราให้เราสอนน้อง เราดุได้ เราก็ทำ น้องก็เคารพเรามากขึ้นเชื่อฟังเรามากขึ้น ส่วนตัวคิดว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้ปรึกษาโฮสโดยตรงเลยจะดีกว่าเนาะ เพราะเราก็ดูแลลูกเค้า เพราะงั้นเค้าเองคือคนที่ให้คำแนะนำได้ดีที่สุด ไม่ต้องอารมณ์คนไทยขี้เกรงใจ ฝรั่งเค้าคุยได้คะ มีอะไรคุยเลย 

 

 

 

Jajar: คิดถึงบ้าน ครอบครัว และแฟนที่เมืองไทยบ้างมั้ยคะ? และมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร ? 

Bell : คิดถึงมากกกกกกค่ะ ที่สุด ตอนแรกคิดว่า ไม่เป็นหรอกคนแบบเรา โฮมซิก เราเที่ยวเมืองนอกออกบ่อย  แต่พอมาอยู่ ชีวิตจริงกับเที่ยวมันไม่เหมือนกันอะคะ คนละเรื่อง หิมะที่เคยมองว่าสวย เราเกลียดไปเลย เพราะพอหิมะตกที ก็หนาวแบบสุดขีดไปเลย ทรมานค่ะ หนาว คิดถึงแดดไทยแลนด์ไปเลยแต่ก็คุ้มค่ะ ประสบการณ์ชีวิต คิดถึงที่ไทย หนามยอกเอาหนสมบ่งค่ะ โทรศัพท์ สไกด์บ่อยมาก สไกด์ทีได้ยินเสียงพ่อแม่ทีก็ร้องไห้ เอาจริงๆคือการมีเพื่อนที่นี่ช่วยได้เยอะ โชคดีรู้จักเดื่อนคนไทยที่นี่ เวลาตรงกัน คนที่เจออะไรแบบเรา คุยปรับทุกข์กัน ช่วยได้เยอะคะ ไม่รุ้สึกโดดเดี่ยว เพื่อนก็ออแพร์ด้วยกันนี้ละคะ ไม่คิดว่าจะเจอคนดีขนาดนี้ เบลโชคดีด้วยที่เจอเพื่อนดีๆไม่เคยทอดทิ้ง เหงารึทุกข์ปรับทุกข์กับทางบ้าน และทางเพื่อน เราก็โอเคขึ้นค่ะ 

 

 

 

Jajar : ได้ไปเที่ยวประเทศอื่นๆมาบ้างมั้ยคะ? 

Bell : เยอะเลยค่ะ เป็นคนชอบเที่ยวมาก พอว่างจะวางแพลนเที่ยวตลอด  ไปออสเตรีย ฮังการี เชร็ค ฝรั่งเศส แล้วก็เมืองในเยอรมันอีกเยอะมากๆ แต่เที่ยวทีก็จนทีนะค่ะ ไหนจะต้องเก็บเงินจ่ายค่าเรียนภาษาอีก 555+

 

 

 

 

 

Jajar: ได้อะไรจากการเป็นออแพร์ที่เยอรมันบ้าง ? 

Bell : ได้เยอะเลยคะ ทั้งประการณ์ดีและไม่ดี คือทุกอย่างเราต้องเรียนรู้ไปกับมันและปรับตัวเนาะ เหตุการณ์ไม่ดีก็เอามาใช้เรียนรู้ในวันข้างหน้า ส่วนเหตุการณ์ดีก็จะกลายเป็นความทรงจำดีๆนะคะ

 

 

 

Jajar: ฝากอะไรถึงผู้อ่านหน่อยค่ะ 

 

 

Bell :  ก็อยากให้คิดดีๆนะคะที่จะมา ว่ามาเพราะอะไร ? การใช้ชีวิตอยุ่เมืองนอกคนเดียว ทำงาน อยู่บ้านคนอื่น ใครๆก็คิดว่ามันสนุก แต่เอาจริงๆช่วงสนุกก็มี ช่วงทุกข์ก็มีค่ะ เราต้องแกร่งมากนะคะกับการที่มาอยู่แบบนี้คนเดียว แต่ถ้าตัดสินใจมา ก็เอาให้สุดๆไปเลยค่ะ  ไม่มีหรอกคำว่าเสียเวลา ยังไงก็ได้ประสบการณ์กับโอกาส แต่ต้องเอาให้ตอบโจทย์นะคะว่ามาทำไม เพราะเราต้องมาใช้ชีวิตเป็นปีๆในต่างแดน 

 

ยังไงก็ขอให้คนที่กำลังจะมาโชคดีนะคะ ประเทศนี้น่าสนใจ มีอะไรใหม่ๆให้เรียนรู้อยู่เสมอ ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ :))) 

 

 

        เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคน สำหรับประสบการณ์ชีวิตออแพร์ตลอดระยะเวลา 1 ปีของพี่เบลล์ รวมถึงแง่คิดต่างๆ  ต้องขอขอบคุณพี่เบลล์มากๆนะคะที่ได้สละเวลามาให้สัมภาษณ์กับ www.jajarmekatz.com หวังว่าทุกคนจะได้ความรู้ในอีแง่หนึ่งของชีวิตออแพร์ ที่อาจจะไม่ได้สวยงามเสมอไป เพราะต้องต่อสู้กับอาการคิดถึงบ้านหรือ (Home sick) นอกจากคิดถึงพ่อ แม่ พี่น้อง หมา แมว ที่ไทยแล้ว ถ้ามีแฟนอยู่แล้วที่ไทย ก็ยิ่งไปกันใหญ่เลยยยยย 5555+ เอาเป็นว่าถ้าไม่อึดพอ ยากจริงๆ ค่ะ

        อย่างไรก็ตามถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้ เราจะได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายในชีวิต และเข้มแข็งขึ้นแน่นอนค่ะ 

 

        

ถ้าถูกใจ Blog นี้ อย่าลืมกดปุ่มแชร์บอกต่อเพื่อนๆทางโซเชียลมิเดียและเพื่อเป็นกำลังใจให้จ๋าด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ : ) 

Write a comment

Comments: 3
  • #1

    Treena Barrio (Friday, 03 February 2017 13:45)


    I'm not sure exactly why but this site is loading incredibly slow for me. Is anyone else having this problem or is it a issue on my end? I'll check back later and see if the problem still exists.

  • #2

    Latoyia Didonato (Monday, 06 February 2017 11:53)


    Fantastic items from you, man. I have understand your stuff prior to and you are simply extremely magnificent. I actually like what you have obtained right here, really like what you're saying and the best way through which you are saying it. You are making it enjoyable and you continue to care for to stay it wise. I cant wait to read far more from you. That is really a wonderful website.

  • #3

    Treena Barrio (Tuesday, 07 February 2017 11:22)


    Yesterday, while I was at work, my sister stole my iPad and tested to see if it can survive a 30 foot drop, just so she can be a youtube sensation. My iPad is now broken and she has 83 views. I know this is totally off topic but I had to share it with someone!